1. This site uses cookies. By continuing to use this site, you are agreeing to our use of cookies. Learn More.
  2. The Vainglory Forums are Closing READ MORE 

Idris Lore 3: "Rana and Ayah" รานาและอายาห์

Discussion in 'เนื้อเรื่องตัวละคร' started by CrazyC, Dec 19, 2016.

  1. CrazyC
    Offline

    CrazyC Vainglory Developer Super Evil Megacorp

    [​IMG]
    รานาและอายาห์
    อสูรแห่งเชิร์นพันธุ์ผสมเลื้อยมาขวางกั้นระหว่างอิดริสและหนังสือที่เขากำลังตามหา

    อดาจิโอเพ่งมองไปยังหมอก เขารู้ดีกว่าสิ่งใดที่อยู่ ณ ใจกลางของเมืองที่ล่มสลายนั้น เพราะเขาได้ประจักษ์การยึดครองทะเลทรายของเชิร์นมาก่อแล้ว; แผ่นดินไหวทำให้คริสตัลแตกและร่วงกราวลงสู่ผืนทราย เพื่อให้มนุษย์ขนานนามทะเลทรายแห่งนั้นว่า เดอะชิมเมอร์ ในกาลต่อมา เขาได้เห็นสิ่งก่อสร้างในเฟเบิลเวลล์ด้วยตาตนเองแล้ว เขาสร้างให้มันอยู่ในที่ที่ร้อนระอุและห่างไกลผู้คน ซึ่งเขาคิดว่าอารยธรรมของมนุษย์ไม่อาจกล้ำกรายมาถึงที่นี่ แต่แล้วมนุษย์ก็มา ด้วยแรงดึงดูดจากพลังของมัน พวกมนุษย์สร้างสรรค์งานอันวิจิตรไว้กลางทะเลทราย อดาจิโอยังหวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ว่า สติปัญญาของมนุษย์อาจเอาชนะได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วความคิดของเขาก็ผิดอยู่ดี

    ความหวังเป็นเพียงสิ่งโง่เขลา แต่เขาก็ยังไม่ละสายตาจากหมอกนั้น พร้อมกับความหวังว่านักรบทะเลทรายผู้นั้นจะกลับมา

    “อดาจิโอส่งคนมาเอางานเราแหละ” หนึ่งในสองพี่น้องอสรพิษเอ่ยขึ้น สายตาของนางเหลือบมองไปยังหนังสือเล่มหนึ่งที่เก็บไว้ในกล่องแก้ว

    “รานา และ อายาห์” อิดริสกล่าวพลางดึงหอกออกจากด้านหลัง “หนังสืออุปกรณ์จักรกลจักต้องนำออกสู่โลกแห่งอารยะ เพื่อที่สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่ครอบงำพวกเจ้าอยู่จะได้ถูกทำลายไป”

    “น่าหวาดกลัวเหรอ” รานาเย้ยหยัน

    “อารยธรรมสิที่น่าหวาดกลัว” พี่สาวนางพึมพำเสริมด้วยเสียงต่ำ

    “และหากเราเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว งั้นเจ้าก็เช่นกัน” รานากล่าว

    “เชิร์นสถิตอยู่ในตัวเจ้าแล้ว” อายาห์กล่าวและเลื้อยเข้ามาใกล้

    อิดริสสัมผัสได้ถึงเชิร์นที่วิ่งแล่นไปทั่วร่าง พลังและความสับสนวิ่งผ่านหัวใจเขา ภาพสะท้อนบนกะบังหมวกทำให้เขาเห็นดวงตาของตนที่กำลังเปล่งแสง เชิร์นกำลังกลืนกินเขา...และเขาก็ไม่ประสงค์ที่จะขัดขืน เชิร์นเปล่งเสียงร้องท่วงทำนองแห่งวิวัฒนาการ มันเรียกร้องหาเขาจากใจกลางโลก อสูรร้ายแห่งเชิรนเกิดภายในตัวเขาและร่ำร้องที่จะออกมา

    ชายหนุ่มสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อสลัดมันไปเสีย แล้วกระโจนไปยังกล่องแก้ว งูยักษ์ตรงดิ่งมาเบื้องหน้า ขวางกั้นระหว่างอิดริสและหนังสือไว้ พลางขู่ฟ่อ

    พวกนางพยายามเอื้อมหาเขาด้วยมือที่แปรเปลี่ยนไปคล้ายกงเล็บและเขี้ยวในปากที่อ้ากว้าง อิดริสจึงเขวี้ยงกงจักรอันคมกริบ กระโจนหลบ และหมุนตัวกลางอากาศลงที่ด้านหลังของอสูรร้ายพอดี ในภาพที่ปรากฎบนกะบังหมวกของเขา คือกงจักรที่กำลังร่อนวนกลับมา เขารับมันไว้โดยที่ยังหันหลังอยู่ ในขณะที่เกล็ดโลหะครูดถูไปกับพื้นที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องแก้ว

    รานาและอายาห์กรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดและเตรียมพุ่งตัวเข้ามาจู่โจม อิดริสขว้างกงจักรอีกครั้ง ตั้งจิตที่หนังสือเล่มนั้นและเคลื่อนย้ายตัวเขาไปยังจุดนั้นทันที กงจักรร่อนตามมาและเฉือนแขนข้างหนึ่งของรานา เลือดสีเขียวอันน่าประหลาดไหลริน ในขณะที่นางร้องโหยหวน สองพี่น้องสะบัดและขดตัวด้วยความสับสน อิดริสไม่ได้ชะงักแม้แต่นิด เขาแทงปลายด้ามหอกให้กล่องแก้วแตก วิศวกรสองสาวโจมตีอีกครั้ง หางเหล็กอันทรงพลังหวดตีด้วยความรุนแรงจนพังกำแพงเสียราบ

    อิดริสกระโดดหมุนตัวไปด้านหนึ่งด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีและลงสู่พื้นใต้พวกนางพอดี กระดูกสันหลังของอายาห์ปรากฎลาง ๆ อยู่ด้านบนเขา นักรบทะเลทรายแทงหอกขึ้นไปและสัมผัสได้ถึงกระดูกสันหลังที่แยกและแตกออก เขาเขวี้ยงกงจักรอีกครั้งโดยยังคงเสียบหอกค้างไว้ในร่างของนาง ใช้ทำหน้าที่ประหนึ่งคานงัดทุ่นแรง ในขณะที่นางร้องโหยหวนไปด้วย และเขาก็มองภาพในกะบังหมวกของกงจักรที่ร่อนวนกลับมา เฉือนตัดผ่านคอราน่าด้วยใบมีดอันคบกริบ และพุ่งทิ่มแทงดวงตาอสรพิษยักษ์

    หางของงูยักษ์สะบัดไปทั่วโดยไม่อาจควบคุมได้ อิดริสรีบคว้าหนังสือและวิ่งตรงไปที่กำแพงที่ถูกทำลาย กระโจนออกนอกหน้าต่างห้องดาราศาสตร์และลงสู่พื้นใกล้น้ำพุ

    ชั่วขณะที่เขาหยุดชะงักด้วยความลังเลและได้ยินเสียงท่วงทำนองแห่งเชิร์น เสียงนั้นดังมาจากเฟเบิลเวลล์ใจกลางเมือง อยู่เถิด นี่คือที่ของเจ้า เสียงนั้นกระซิบ

    เขานึกภาพจินไว้ในใจเป็นจุดยึด หายใจออกยาวและเคลื่อนย้ายตัวกลับไป

    ชายที่ล้มลงกลางผืนทรายแวววาวเบื้องหน้าอดาจิโอไม่ใช่ชายคนเดิมที่เดินจากไป อดาจิโอประคองอิดริสขึ้นมาและสัมผัสได้ถึงท่วงทำนองแห่งเชิร์นอันรุนแรงในชีพจรของชายหนุ่ม “สิ่งนั้นได้แปรเปลี่ยนเจ้าหรือไม่”

    “ข้ายังคงเป็นข้า” อิดริสตอบด้วยเสียงแผ่วเบา และหลับตาลง หนังสือร่วงหล่นสู่ผืนทราย

    อดาจิโอถอนหายใจ การใส่ใจมนุษย์ช่างเป็นเรื่องน่ารำคาญเสียนี่กระไร เขาใช้พลังกิฟท์ออฟไฟร์ ถ่ายจากมือสู่ชายหนุ่มที่กำลังจะตาย พลังส่องสว่างใต้ผิวหนังไปทั่วร่าง “นี่จะช่วยฟื้นคืนชีวิตเจ้า ถึงแม้ข้าจะไม่สามารถดึงเอาพิษออกจากเลือดของเจ้าได้ก็ตามที เชิร์นจะเพรียกร้องหาเจ้าเสมอ”

    ดวงตาอิดริสเปล่งแสง เขาคว้าหนังสือขึ้นมาจากทราย “แต่ข้ามีสิ่งนี้แล้ว พวกเราจะเอาชนะมันได้เสียที”

    “ไม่เลย เจ้าหนุ่ม ไม่” อดาจิโอหัวเราะ แต่เมื่อสบกับสายตามุ่งมั่นโชนแสงของอิดริส โทนเสียงของทูตสวรรค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนลง

    “ผู้คนของเจ้ากล้าหาญ แต่พวกเขาจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ในหนังสือเล่มนี้ได้อย่างไรกัน ด้วยหอก ด้วยแพะ และด้วยกองไฟอย่างนั้นรึ ไม่เลย หนังสือเล่มนี้ต้องอยู่ในมือของคนอื่นทั่วโลกที่สามารถใช้มันได้ ข้าคิดว่าข้าสามารถพาเจ้าไปหานักเทคโนโลยีได้นะ”

    อิดริสส่ายหน้าปฎิเสธ พลางพยายามลุกขึ้นนั่ง “ข้าจะไม่ละทิ้งคนของข้าให้อยู่กับสิ่งน่าหวาดกลัวนี้แน่”

    “เจ้าช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก หากปราศจากความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ บนโลก” อดาจิโอสัมผัสได้ถึงการต่อสู้กันระหว่างพรแห่งเซราฟิมและคำสาปแห่งเชิร์นภายใต้ฝ่ามือเขาที่สัมผัสนักรบทะเลทรายอยู่

    อิดริสกำหมัดแน่น “หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าจะไปกับท่าน แต่ข้าสาบานว่าข้าจะกลับมา พร้อมนักรบและเทคโนโลยีเพื่อต่อสู้กับฝูงอสูรร้ายนี้”

    “ความไร้เดียงสาของเจ้า….เกือบจะน่าประทับใจ” อดาจิโอกล่าว เขาดึงนักรบผู้ถูกชุบชีวิตขึ้นมาในอ้อมแขน กางปีกฟ้าคู่ใหญ่และออกโบยบิน...

    to be continued...


    by guest099
    Last edited: Dec 19, 2016

Share This Page