1. This site uses cookies. By continuing to use this site, you are agreeing to our use of cookies. Learn More.
  2. The Vainglory Forums are Closing READ MORE 

Fortress Lore "Destruction of the Temple" การพังทลายของวิหาร(ตอนที่ 1)

Discussion in 'เนื้อเรื่องตัวละคร' started by CrazyC, Apr 26, 2016.

  1. CrazyC
    Offline

    CrazyC Vainglory Developer Super Evil Megacorp

    [​IMG]
    การพังทลายของวิหาร
    หมาป่าอันแสนดุร้ายวิ่งออกจากวงเวียนที่สี่ของวิหาร ลิ้นหอบแลบออกมาด้านข้างปาก ความเหนื่อยล้าสะท้อนในนัยน์ตาของเขา ขนหนาฟูเกรอะกรังไปด้วยเลือด ขาหลังเต็มไปด้วยโคลนแดงเกาะเป็นก้อนเพื่อไว้ป้องกันสัตว์มีพิษกัดหากไปเตะโดนเข้า เขาลดความเร็วลงเพื่อหยุด ณ ที่โคลนบรรจบกับน้ำแข็ง ดวงตามองต่ำลงที่ขาหน้าของเขาอย่างไม่มั่นใจว่าควรจะหวาดหวั่นกับสิ่งที่เขาวิ่งหนีมาหรือสิ่งที่เขาวิ่งเข้าหา แผ่นดินส่งเสียงดังก้อง น้ำแข็งแตกเป็นทางยาว แผงคอหมาป่าจ่าฝูงตั้งชูชัน หูกระตุกไปทางฝูงของเขาที่กำลังหอน ร้องครวญคราญ และเห่าด้วยความเจ็บปวด เขาสามารถแยกเจ้าของเสียงได้ทุกเสียง ลูกชาย ลูกสาว ภรรยา เพื่อนร่วมฝูง เพื่อนสนิท

    หลังแผ่นดินไหวครั้งแรกผ่านพ้นไป หมาป่าจ่าฝูงได้สำรวจวงเวียนภายในของวิหารโบราณ กรงเล็บจิกอยู่บนผิวน้ำแข็ง ลมหายใจเป็นไอในอากาศอันหนาวเหน็บ มีกลิ่นแปลก ๆ คอยรบกวนจมูกเขา ยิ่งแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้น กลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น และเสียงบ่นขรมของลูกฝูงที่ไม่ได้หยุดพักและการเล่นงับหางกันก็ต้องหยุดเมื่อเขาเห่าสั่ง ภายในไม่กี่ชั่วโมง น้ำแข็งในวงเวียนแรกได้ละลายกลายเป็นน้ำมหาศาลสู่ผืนดินที่แห้งผาก น้ำแข็งและอิฐในวงเวียนที่สองและสามหลอมรวมกันกลายเป็นโคลน เขาได้กลิ่นน่าแปลกนั่นทุกลมหายใจเข้าออกจนแทบจะสำลัก เสียงหอนขานรับแผ่นดินไหวที่มาเป็นระลอก

    จากนั้นเถาวัลย์ก็ปรากฏขึ้น

    เถาวัลย์เหล่านี้ไม่เหมือนกับที่ฝูงหมาป่าเคยเห็น มันโบกสะบัดออกจากโคลน เถาปัดไปทั่วทุกทิศทางและพันเข้ากับเสาของวิหาร มันรัดจนเสากลายเป็นเศษกรวด ฝูงหมาป่ากรูเข้าไปกัดทึ้งเถาวัลย์ แต่ภายในไม่กี่นาทีก็กลับงอกออกมาใหม่ บ่อน้ำนั้นครั้งหนึ่งเคยประดับประดาไปด้วยรูปปั้นและงานแกะสลัก กลายเป็นเพียงหลุมดำบนพื้นที่ปล่อยกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ที่สักการะภายในก็กลับกลายเป็นเพียงเศษหิน

    ไข่ที่ถูกแช่แข็งมาหลายพันปี ผุดเป็นฟองขึ้นมาจากโคลนและเปลือกปริออก สัตว์เลื้อยคลานฟันแหลมยาวคลานออกมาจากไข่นั้น หมาป่าพุ่งเข้าสู่สนามรบ หูราบ ขู่คำรามและกระโจนและถอยเพื่อล่าเหยื่อจนเลือดรินไหลเป็นอาหารให้กับโคลนสีแดงฉาน แต่เหล่าสัตว์เลื้อยคลานนั้นก็ไม่สามารถถูกจัดการได้โดยง่าย ไข่ถูกฟักออกมาเรื่อย ๆ จนมีจำนวนมากกว่าฝูงหมาป่า สิ่งที่โคลนอันอุดมสมบูรณ์นั้นให้กำเนิดเป็นสิ่งที่กระหายเลือดและอันตรายกว่าสิ่งใดที่หมาป่าเคยล่ามา โคลนเองก็เป็นศัตรูเช่นกัน โดยสูบเหล่าหมาป่าลงไปและบังคับให้มันถอยห่างจากบ่อน้ำขึ้นทุกที

    พวกหมาป่าอาจจะต่อสู้กับฝูงอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่กับพวกแมลง กลุ่มก้อนยุงดูดเลือดและฝูงต่อพิษที่โรมรันเข้ามา มดคันไฟทะลวงผ่านชั้นขนและกัดผิวหนัง ฝูงหมาป่าพยายามงับเหล่าแมลงที่ต่อยอยู่อย่างไร้ประโยชน์ กัดชายโครงที่โดนต่อยจนคันคะเยอ และเดินปวกเปียกด้วยขาที่ถูกพิษ

    การเฝ้าพิทักษ์บ่อน้ำแห่งฮัลซีออนเป็นหน้าที่ของฟอร์เทรสนับตั้งแต่โบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งต่าง ๆ ที่หาไม่ได้ในทุ่งทุนดราอันหนาวเหน็บ สร้างโดยกลุ่มคนที่ลูกหลานดับสูญก่อนจะได้เล่าเรื่องราวของพวกเขาต่อ มันเป็นเรื่องคาดไม่ถึงที่จะต้องละทิ้งวิหารไป แต่หากไร้ซึ่งฝูงแล้ว คำสั่งของจ่าฝูงก็ไม่มีผลอะไรอีกต่อไป

    “พาตัวอื่น ๆ ออกไป” เขาคำรามบอกหมาป่าที่พ่ายแพ้ ผู้ซึ่งหันกลับไปอย่างไม่ขัดอะไรและวิ่งเข้าสู่ความโกลาหลเพื่อทำตามคำสั่ง หมาป่าจ่าฝูงยื่นหน้าไปทางพระจันทร์

    “เพื่อนยากเอ๋ย” เขาเปล่งเสียงดังไปในอากาศอันว่างเปล่า “ข้าต้องการเจ้า”

Share This Page