1. This site uses cookies. By continuing to use this site, you are agreeing to our use of cookies. Learn More.
  2. The Vainglory Forums are Closing READ MORE 

Rona Lore "North Is Always Forward" ทิศเหนืออยู่ข้างหน้าเสมอ(ตอนที่ 5)

Discussion in 'เนื้อเรื่องตัวละคร' started by CrazyC, Apr 26, 2016.

  1. CrazyC
    Offline

    CrazyC Vainglory Developer Super Evil Megacorp

    [​IMG]
    ทิศเหนืออยู่ข้างหน้าเสมอ
    โรน่าดมหาร่องรอยใหม่ในอากาศ รื้อค้นไปทั่วรถลากเลื่อนที่ว่างเปล่า จากนั้นก็เพ่งมองไปยังลำต้นคดเคี้ยวของ เดอะเกรทโอ๊คพลันเห็นดวงตาของดรูอิดชราภายใต้กิ่งก้านที่ไหวเอนตามแรงลม

    หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวและล้มไปด้านหลัง หากไม่มีต้นโอ๊คพิษรอบกาย ดรูอิดผู้นั้นก็ยังคงดูชราเหมือนปกติ แต่ดวงตาและเนื้อหนังกลับว่างเปล่าและแห้งผากซีดเซียว

    “ไม่นะ” ความเป็นจริงทำให้เธอตื่นจากพวังค์ “ไม่ ไม่” เธอทิ้งสัมภาระและหยิบขวานคู่กายขึ้นมา ทั้ง วอร์ สครีช และ วิสเซิล จากนั้นก็ฟันกิ่งที่พันรอบคอดรูอิดอย่างรวดเร็ว ฟันกิ่งแล้วกิ่งเล่าในขณะที่น้ำตาเริ่มเอ่อล้นบดบังดวงตาของเธอ “ไม่นะ” แต่ยอดอ่อนก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นกิ่งก้านใหม่อันแข็งแรงที่โอบรัดตัวดรูอิดชราให้ยิ่งแน่นขึ้น “ไอ้ต้นไม้โง่” เธอตะโกนลั่น หยาดน้ำตากลายเป็นน้ำแข็งตามแนวแก้มของเธอ

    โรน่าจ้องมองไปยังต้นไม้ เช็ดจมูกและสั่งน้ำมูกบนเสื้อคลุมของเธอให้หายใจโล่งขึ้น “โอเค” เธอพึมพัมกับตัวเอง “ทิศเหนืออยู่ข้างหน้าเสมอ*” เธอห้อยขวานกลับคืนที่เข็มขัดและยื่นศีรษะเข้าไปในโพรงของต้นไม้ใหญ่นั้น ความมืดมิดที่น่าหวาดหวั่นรออยู่เบื้องหน้า

    “หวัดดี” เธอเรียกขานทักทายออกไป และเสียงนั้นสะท้องก้องกลับมา ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปีนลงไป

    เธอปีนลงไปลึกขึ้น ลึกขึ้น และลึกขึ้นในความมืดมิดที่ปกคลุมรอบกาย เหยียบมอสและรากลื่นล้ม ก้นจ้ำเบ้า ลึกลงไปสู่ความร้อน เธอจึงถอดเสื้อคลุมทิ้ง อากาศที่เบาบางทำให้เธอง่วงนอน ถึงแม้เธอจะได้งีบไปบ้างสักหนึ่งชั่วโมงที่เต็มไปด้วยฝันร้าย บันไดโผล่ขึ้นมาด้านข้างและบริเวณหัวเข่าของเธอ จากนั้นเธอจึงปีนลงไปลึกขึ้น และลึกขึ้น จนกระทั่งจู่ ๆ เธอก็พบว่าเธอกำลังปีนขึ้น ปีนลงว่าแย่แล้วปีนขึ้นยิ่งหนักหนากว่า เธอเหงื่อไหลโทรมกาย ขบเคี้ยวฟันและดื่มน้ำหยดสุดท้ายจากถุงหนังใส่น้ำของเธอ ปีนสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น เธอนับก้าวเพื่อให้ตัวเองจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน

    ก่อนที่โรน่าจะเสียสติไป เธอก็เห็นแสงบาง ๆ อยู่ข้างบน ด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย หญิงสาวปีนไปจนถึงแสงนั้นที่มาจากโพรงอีกโพรงหนึ่ง เธอคลานออกจากโพรงที่มืดมิดนั้นสู่อีกครึ่งหนึ่งของโลก

    เหมือนลมแห่งป่าถาโถมเข้ามาเมื่อหายใจ แสงอาทิตย์เป็นสีส้มจากที่เดิมเป็นสีขาวเทาอย่างที่เธอเคยเห็น ต้นไม้เต็มไปด้วยใบและดอกหลากสีสัน เธอปีนผ่านก้อนหินที่เป็นทางเดิน ขวานเตรียมพร้อม ลิ้นแตะเพดานปากที่แห้งผากด้วยความกังวล ผ่านรูปปั้นแตกหักและสถาปัตยกรรมโบราณที่ไม่น่าหลงใหลอีกต่อไป มีเสียงพ่อค้าตะโกนขายของสะท้อนดังก้องมาจากที่ไหนสักแห่ง ข้างบนของบันไดนั้นเป็นทางเดินหินที่แผ่กว้างเป็นลาน ณ ใจกลางลานนั้น คริสตัลขนาดใหญ่ลอยคว้างกลางอากาศเหนือบ่อน้ำที่ส่องสว่าง โรน่าอ้าปากค้างและหุบอย่างรวดเร็วเหมือนปลา เธอมัวตะลึงจนเกือบไม่เห็นฝูงหมาป่าที่อยู่โดยรอบบ่อน้ำ

    หมาป่าจ่าฝูงยืนสี่ขาก็สูงเท่ากับเธอยืน เธอจับขวานไว้แน่นพลางจ้องเขม็ง แต่แผงคอของจ่าฝูงก็ไม่ได้ตั้งชันขู่ “เยี่ยมมาก” จ่าฝูงคำราม “ดรูอิดนั่นหวังว่าเจ้าจะตามมา”

    ขวาน วอร์สครีช และ วิสเทิล ร่วงหลุดมือ “แล้วเจ้าเป็นใคร”

    “ข้าคือฟอร์เทรส” เขาตอบ

    “เจ้าคือฟอร์เทรสงั้นรึ”

    “และเจ้าก็คือ นักรบคลั่ง โรน่า”

    “ข้าเอง” เธอกล่าวประหนึ่งเพิ่งจำได้ว่าเธอเป็นใคร พลางยืดตัวขึ้น

    “เช่นนั้นแล้ว จงมากับข้า” ฟอร์เทรสกล่าว “การต่อสู้รออยู่”



    *“ทิศเหนืออยู่ข้างหน้าเสมอ” ในที่นี้ต้องการสื่อว่าไม่มีการหันหลังกลับ
    Last edited: May 13, 2016
    • Like Like x 2

Share This Page